การเข้า directadmin แบบ https

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

การเข้า directadmin แบบ https

เนื่องจากทางโฮสติ้งได้มีการตั้งค่า directadmin ให้เข้าแบบ https แทนการล็อกอิน http แบบเดิมค่ะ ดังนั้น เวลาเข้า directadmin โปรดเข้าผ่าน url แบบ https แทนค่ะ  โดยให้ท่านพิมพ์ลิ้งค์แบบเต็ม (full url) เช่น https://www.hosttook.net:2222/ (โดยเปลียน hosttook.net เป็นชื่อโดเมนของท่านค่ะ) เมื่อ enter แล้ว ระบบจะเข้าหน้าแจ้งตกใจ เตือนเรื่อง https not secure แต่ท่านไม่ต้องตกใจค่ะ เพราะเป็นเพียงการแจ้งว่า ลิ้งค์ https ที่จะล็อกอินเข้าไปนี้ เป็น https แบบ self signed เท่านั้นเองค่ะ ดังภาพด้านล่างนี้ค่ะ



ให้ทำการคลิ๊กที่ ADVANCED ได้เลยค่ะ เมื่อคลิ๊กแล้วจะเปิดหน้าถัดไป ให้เลื่อนลง แล้วคลิ๊กที่ process to …….(unsafe)  ดังภาพด้านล่างนี้ค่ะ

 

 

เมื่อคลิ๊กแล้วระบบจะเข้าหน้าล็อกอินให้ค่ะ ดังภาพด้านล่างนี้ค่ะ เมื่อท่านกรอก user/pass แล้ว ระบบก็จะล็อกอินเข้า directadmin แบบ https ให้ค่ะ สำหรับลูกค้าที่อยู่เครื่องใหม่ ที่มองเห็น directadmin เป็น https แบบมีรูปกุญแจสีเขียวแล้ว แปลว่า ทางโฮสติ้งได้ตั้งค่าให้สามารถใช้งาน https แบบฟรีของ let’s encrypt ซึ่งจะทำให้ท่านสามารถตั้งค่าให้เว็บไซต์ของท่านเข้าใช้งานแบบ https ได้ฟรีค่ะ

สำหรับการตั้งค่าให้เว็บไซต์สามารถเข้าแบบ https ได้นั้น (https แบบฟรีของ let’s encrypt) hosttook.com จะเขียนบทความแสดงวิธีตั้งค่าในบทความถัดไปค่ะ

 

หากท่านติดปัญหาการใช้งาน directadmin โปรดสอบถามเพิ่มเติมผ่านทางไลน์ได้ค่ะ

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail
Posted in directadmin, hosting | Tagged | Comments Off on การเข้า directadmin แบบ https

วิธีแก้ปัญหา modMainMenuHelper::buildXML() expected to be a reference, value given

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

วิธีแก้ปัญหาเมื่อหน้าเว็บ joomla ของท่านขึ้น warning ว่าWarning: Parameter 1 to modMainMenuHelper::buildXML() expected to be a reference, value given ….

สาเหตุของปัญหา:

เกิดจากใน modMainmenu มีคำสั่งที่เขียนให้ทำงานใน php 5.2 ดังนั้นเมื่อเซิรฟ์เวอร์มีการอัพเกรดเป็น php 5.3 คำสั่งนั้นจึงไม่ทำการและขึ้นเป็น warning ที่หน้าเว็บว่า

Warning: Parameter 1 to modMainMenuHelper::buildXML() expected to be a reference, value given in ….\domains\joomla\libraries\joomla\…

วิธีแก้ไข มี 2 วิธี:

1. อัพเกรดเป็น version ใหม่สุดของ joomla ตระกูลนั้น

หรือ

2. แก้ไขคำสั่งในไฟล์ helper.php ของ joomla โดยไปที่ file manager แล้วไปกด edit ที่ไฟล์ helper.php ขึ้นมาแก้ไข

ไฟล์นี้อยู่ใน  /modules/mod_mainmenu/helper.php

แล้วค้นหาแถวที่เขียนว่า :
function buildXML(&$params)

แล้วแทนที่ด้วย
function buildXML($params)

หรือก็คือการลบเครื่องหมาย & ออกนั่นเองเพราะ php 5.3 ใช้เฉพาะเครื่องหมาย $ เท่านั้นก็ทำงานได้

แก้ไขเสร็จแล้ว save แล้วมากด f5 เพื่อ refresh ดูหน้าเว็บหลังแก้ไข ข้อความ warning นี้ก็จะหายไปค่ะ

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail
Posted in joomla | Comments Off on วิธีแก้ปัญหา modMainMenuHelper::buildXML() expected to be a reference, value given

วิธีปิดไม่ให้ oscommerce แสดง Deprecated: Function session_is_registered() is deprecated

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

ถ้าเว็บไซต์ใดๆ ที่ทำด้วยโปรแกรม OSCommerce รุ่นเก่าที่มีโค๊ดที่เขียนบน php 5.2 เมื่อ เซิร์ฟเวอร์มีการเปลี่ยนไปใช้ php 5.3 แล้วหน้าเว็บไซต์ที่ทำด้วย OSCommerce จะขึ้น warning ว่า ฟังก์ชั่นต่างๆ จะยกเลิกใช้งาน เช่น

Deprecated: Function session_is_registered() is deprecated

Deprecated: Function ereg() is deprecated

ให้เข้าแก้ไขเพื่อไม่ให้แสดง warning ดังกล่าวโดยเข้าไปที่ File Manager แล้วเลื่อนหาไฟล์ ชื่อ application_top.php

อยู่ในโฟลเดอร์ includes และ admin/includes

……………………………………………………………………… 

includes/application_top.php

และ

admin/includes/application_top.php

………………………………………………………………

แล้วค้นหาแถวที่เขียนว่า

//set the level of error reporting 
  error_reporting(E_ALL & ~E_NOTICE);

แล้วเปลี่ยนเป็น เพิ่มคำว่า ~E_DEPRECATED ต่อท้ายเข้าไป

จะได้ใหม่เป็น

//set the level of error reporting 
error_reporting(E_ALL & ~E_NOTICE & ~E_DEPRECATED);

แล้วกด save แล้วออกไปกด f5 เพื่อ refresh ดูหน้าเว็บไซต์ใหม่ ข้อความ warning Deprecated ในเว็บไซต์ที่ทำด้วย oscommerce ก็จะหายไปค่ะ

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail
Posted in oscommerce | Comments Off on วิธีปิดไม่ให้ oscommerce แสดง Deprecated: Function session_is_registered() is deprecated

วิธีแก้ปัญหา joomla 3.0.3 แสดงภาพไม่ได้ image url ติด php_flag magic_quotes_gpc Off On

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

Joomla 3.0.3 แสดงภาพไม่ได้ติดเครื่องหมายแบคสแลช \images/ และวิธีแก้ไขให้แสดงภาพได้

เว็บไซต์ที่ทำด้วย joomla version 3.0 ขึ้นไป เช่น 3.0.1  3.0.2 , 3.0.3 หากแสดงภาพไม่ได้ เมื่อมีการ save บทความ url ของภาพจะเพิ่มเครื่องหมาย backslash (แบ็คสแลช) \ ให้อัตโนมัติ ทำให้เว็บไซต์แสดงภาพไม่ได้

เมื่อคลิ๊กขวาดูที่ url ของภาพ จะเห็นเป็น \imange/mypic.jpg

ทำให้ภาพแสดงไม่ได้เนื่องจากมีเครื่องหมาย \ เกินมา

สาเหตุการแสดงภาพไม่ได้ของ joomla 3.0.x เกิดจาก

โฮสติ้งที่ใช้งานอยู่ตั้งค่า php_flag magic_quotes_gpc On เพื่อป้องกันการทำ SQL injection สำหรับการเขียนโค๊ดแบบเก่า

ใน php 5.3 จะตัด ฟังก์ชั่นนี้ออกไปแล้ว ดังนั้น ถ้าเครื่องไหนที่ติดตั้ง php 5.3 ไว้จะขึ้นเป็น  magic_quotes_gpc is deprecated

แต่ที่บางโฮสติ้งยังต้องเปิด On ไว้อยู่เนื่องจากยังมีเว็บไซต์ของลูกค้าในเครื่องบางท่านที่ยังเขียนโค๊ดแบบเก่าอยู่

ดังนั้น สำหรับเว็บไซต์ที่ทำด้วย joomla 3.0.x ขึ้นไป ซึ่งตัวโปรแกรม joomla รุ่นนี้ต้องการให้ปิดการใช้งาน magic_quotes_gpc นี้ออกไป (Joomla require php_flag magic_quotes_gpc Off ) เพื่อให้สามารถแสดงตำแหน่งภาพ ( images url) ได้ถูกต้อง โปรดทำดังนี้

การปิด magic_quotes_gpc ทำได้ 2 วิธีคือ

1. กรณีสามารถเข้าแก้ไขไฟล์ config ของ server ได้ ให้เข้าไปแก้ไปที่ php.ini ได้เลยโดย

nano /usr/local/lib/php.ini

แล้วเปลี่ยนแถว

php_flag magic_quotes_gpc On เป็น ==> php_flag magic_quotes_gpc Off

แล้ว service httpd restart

2. กรณีเข้าไปแก้ไขไฟล์ php.ini ของ server ไม่ได้

ให้ไปเพิ่มค่าเข้าไปที่ไฟล์ .htaccess แทน

กรณีใช้ DirectAdmin ก็เข้าไปที่ File manager

แล้วเลื่อนหาไฟล์ชื่อ .htaccess แล้วกด edit แล้วเลื่อนลงท้ายไฟล์

แล้วเพิ่ม php_flag magic_quotes_gpc Off  เข้าไปได้เลย

แล้วกด save

หากไม่พบไฟล์ .htaccess อยู่ในนี้ ก็สามารถสร้างขึ้นมาใหม่ได้ ด้วย โปรแกรม notepad แล้ว save เป็นชื่อ “.htaccess” ไม่มีนามสกุล

แล้วอัพโหลด .htaccess ไปไว้ในโฟลเดอร์ที่ติดตั้ง joomla 3.0.x ไว้ค่ะ

เมื่อแก้ไขค่า magic_quotes_gpc ให้เป็น Off ได้แล้ว

ก็ล็อกอินเข้าไปแก้ไขบทความของ joomla ที่เคยแทรกภาพไว้แล้วแต่แสดงไม่ได้ ลบภาพเดิมออกก่อน แล้วกด แทรกภาพใหม่

เมื่อ save แล้ว คราวนี้ระบบก็จะไม่ใส่เครื่องหมาย \ หน้าโฟลเดอร์ images ให้อัตโนมัติอีกแล้ว ภาพในบทความ joomla ของท่านก็จะแสดงได้ตามปกติค่ะ

 

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail
Posted in hosting, joomla | Leave a comment

วิธีทำให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกในการค้นหาด้วย Google (ทำ SEO)

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

วิธีทำเว็บไซต์ให้ติดอันดับหน้าแรกๆ ในการค้นหาด้วย Search Engine อย่าง Google หรือที่เรียกว่า การทำ SEO ( SEO เป็นคำย่อของ Search engine optimization)

การค้นหาเรื่องใดๆ ที่ผู้ชมเว็บต้องการทราบ ทำได้โดยพิมพ์คำที่ต้องการค้นหาลงในช่องค้นหา เช่น โฮสติ้งราคาถูก เป็นต้น แล้วกด ค้นหา google ก็จะทำการค้นหาในฐานข้อมูลตนเอง แล้วนำเอาเว็บไซต์ที่มีค่า pr สูง และเว็บไซต์ที่มี keyword ที่ตรงกับคำค้นหามากที่สุดมาแสดงค่ะ  

คำศัพท์ที่ควรทราบในการทำ SEO ให้เว็บไซต์ติดหน้าแรกของ google

  1.  Search Engine (เสิร์ทเอนจิน) คือ เว็บไซต์ที่ใช้ค้นหาข้อมูล เช่น google, yahoo, bing เป็นต้น
  2.  Title (ไทเทิล) คือ คำอธิบายตรงส่วนหัวของเว็บไซต์
  3.  Keyword (คีย์เวิร์ด) คือ คำที่คนใช้ค้นหาสิ่งที่ต้องการทราบ
  4.  Description (เดสคริปชั่น) คือ คำอธิบายย่อๆ ว่าเว็บเราเป็นเว็บเกี่ยวกับอะไร เพื่อให้คนทราบคร่าวๆ ว่าเว็บนี้มีเนื้อหาตรงกับที่ตนเองกำลังสนใจค้นหาอยู่หรือไม่
  5. PR (พีอาร์) ย่อมาจาก Page Rank (เพจแร้ง) คือ ลำดับคะแนนที่ Google ประเมินให้กับคุณภาพของเนื้อหาในหน้าเว็บเพจแต่ละหน้าที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์นั้น ๆ)

การทำเว็บไซต์ให้ติด google หน้าแรกนั้นมีขั้นตอนดังนี้ค่ะ

1. การใส่ Title  และใส่ keyword  และ description ของเว็บไซต์เพื่อให้ search engine อ่านค่าไปแสดงในผลลัพธ์ของการค้นหาได้ง่ายๆ ค่ะ และติดอันดับเร็วค่ะ

เมื่อมีการค้นหาคำใน keywords (คีย์เวิร์ด : เช่น คำว่า โฮสติ้งราคาถูก) google จะนำเว็บที่ตรงกับคำค้นหามาแสดง โดยเรียงตามระดับ PR (page rank) ของเว็บไซต์ ซึ่ง google จะนำข้อความที่เราเขียนไว้ในส่วน title และใน description มาแสดง ให้ผู้ค้นหาเห็นค่ะ ดังแสดงในภาพด้านล่างนี้ แสดงผลค้นหาเมื่อพิมพ์คำว่า โฮสติ้งราคาถูก โดย google จะนำเว็บ hosttook.com มาแสดงเฉพาะข้อความที่ถูกเขียนอยู่ในส่วนของ title และ description เท่านั้นค่ะ 

ภาพแสดงตัวอย่างการนำ title และ description ของเว็บไซต์ที่มีคีย์เวิร์ดตรงกับคำค้นหามาแสดงในผลการค้นหาของ google

ภาพแสดงตัวอย่างการนำ title และ description มาแสดงในผลค้นหาของ google

ยกตัวอย่าง เช่น
เว็บ www.hosttook.com ต้องการให้ผู้ค้นหาที่หาคำว่า “โฮสติ้งราคาถูก” หาเจอในหน้าแรกๆ ของ Google
ก็ต้องไปกำหนด title, keyword และ description ในเว็บของตนเองให้มีคำว่า โฮสติ้งราคาถูกแทรกอยู่ด้วย ดังนี้ค่ะ

<html>
<head>
<title> โฮสติ้ง 300บาทต่อปี สอนทำเว็บไซต์ฟรี domain 350 บาท Hosting ราคาถูก </title>

หมายเหตุ: โดยปกติหากท่านไม่ได้แก้ตรงนี้ ถ้าเป็นเว็บที่ทำด้วย html ส่วนมากระบบจะแสดงเป็น <title> Untitled Document </title> แล้วเวลาค้นใน google ก็จะเห็นคำว่า untitled document มาแสดงแทนค่ะ

ส่วนถ้าเป็น joomla ก็จะแสดงเป็น คำว่า welcome joomla เป็นต้นค่ะ ดังนั้น จึงต้องเปลี่ยนให้เป็นคำที่ตรงกับเนื้อหาในเว็บไซต์ของท่านแทนค่ะ

<meta name=”keywords” content=”โฮสติ้ง,โฮสติ้งราคาถูก,domain,hosting ราคาถูก,host ถูก” />

<meta name=”description” content=”โฮสถูกดี จดโดเมนราคาถูก ลูกค้าเป็นเจ้าของโดเมน 100% สอนทำเว็บไซต์ฟรี ด้วย vdo สอน joomla wordpress smf โฮสติ้งราคาถูก Hosting ไม่จำกัด domain โฮสติ้งไม่จำกัดดาต้าเบส MySql ftp POP3 email webmail free hosting+domain โฮสถูกๆ จดโดเมนอย่างเดียว ราคาประหยัด hosting ติดตั้ง cms อัตโนมัติ host ถูก โฮสติ้งมี Live Chat suppport แชทสอบถามออนไลน์ hosting ราคาถูก บริการดี 24 ชั่วโมง unlimited web hosting” />

เมื่อมีผู้คนที่ต้องการเช่าโฮสติ้ง+จดโดเมน เพื่อทำเว็บไซต์ ซึ่งมักจะค้นหาด้วย คำว่า โฮสติ้ง หรือ โฮสติ้งราคาถูก หรือ hosting ราคาถูก หรือ host ราคาถูก เป็นต้น google ก็จะนำเว็บนี้ ขึ้นมาแสดงให้ผู้ค้นหาได้เห็นค่ะ

เช่น สมมุติ ท่านจะค้นหา คำว่า โฮสติ้งราคาถูก ในการค้นหาของ google ดูโดยพิมพ์คำว่า โฮสติ้งราคาถูก ในช่องค้นหา แล้วกดค้นหา google ก็จะนำเอาผลการค้นหามาแสดงให้เห็น โดยจะเอามาแสดง 2 ส่วนคือ คำที่อยู่ในส่วนของ title และ description ค่ะ เช่น เมื่อ google เอาเว็บไซต์ของ hosttook.com มาแสดง google ก็จะเอาข้อความว่า “โฮสติ้ง 300บาทต่อปี สอนทำเว็บไซต์ฟรี domain 350 บาท Hosting ราคาถูก ” ซึ่งอยู่ในส่วนของ title มาแสดงค่ะ และแถวที่สองจะเอาคำที่เราใส่ไว้ในส่วนของ description คือ “โฮสถูกดี จดโดเมนราคาถูก ลูกค้าเป็นเจ้าของโดเมน 100% สอนทำเว็บไซต์ฟรี สอน joomla wordpress โฮสติ้งราคาถูก Hosting ไม่จำกัด domain โฮสติ้งไม่จำกัดดาต้าเบส” มาแสดงค่ะ

คำแนะนำในการใส่ title , keyword และ description ในบทความของเว็บไซต์ 

โปรดใส่ title , keyword และ description ในทุกหน้าของเว็บไซต์ท่าน โดยแต่ละหน้า ห้ามมี title, keyword และ description ที่ซ้ำกันเด็ดขาด เพราะ google จะมองเป็น Duplicate Content ค่ะ

2. การใส่เนื้อหาที่มีส่วนของคำในคีย์เวิร์ด แล้วเน้นตัวหนา ให้ google รู้ว่าเป็นคำสำคัญ ด้วย tag head1 เช่น <H1> โฮสต์ถูก บริการเช่าโฮสติ้งราคาถูก รับจดโดเมนราคาถูก ลูกค้าเป็นเจ้าของโดเมนร้อยเปอร์เซ็นต์ </H1>

3. หลีกเลี่ยงการออกแบบเว็บไซต์ด้วย Flash หรือรูปภาพเยอะ เพราะ search engine บางตัวไม่อ่านไฟล์ flash ดังนั้น หลีกเลี่ยงการใช้ flash หรือรูปภาพ มีได้บ้างเล็กน้อย แต่อย่าทำทั้งเว็บ เพราะ Search engine อ่านได้แต่ตัวอักษรหรือ html ปกติเท่านั้น (อาจมี search engine บางตัวบอกว่าอ่าน flash ได้แต่น้อยมาก ดังนั้นจึงควรหลีกเลี่ยง และใช้เฉพาะที่จำเป็นเพียงบางจุดเพื่อให้โด่ดเด่นเท่านั้นค่ะ)

4. หลีกเลี่ยงการออกแบบเว็บไซต์โดยการใช้เฟรม < iframe >การใช้เฟรม ก็เป็นการออกแบบเว็บไซต์อีกแบบที่ Search Engine อ่านข้อมูลในเว็บไซต์เรา แล้วไม่เจอ ดังนั้น หลีกเลี่ยงการใช้เฟรม

5. ใช้ keyword ที่บริเวณ ลิงค์เชื่อมโยงมาตรฐาน (Standard Text Link)
คือการเชื่อมโยงในลักษณะ การใช้ Text link เป็นตัวเชื่อมโยง แล้วแทรก Keyword ผสมเข้าไปด้วยตัวอย่าง การเขียนโค๊ดคำสั่ง html ในการทำลิ้งค์ <a> href=”http://www.โดเมนถูก.com/” จดโดเมนราคาถูก </a>

6. ควรตั้งชื่อไฟล์รูปภาพ และใส่คำอธิบายให้กับภาพทุกภาพบนเว็บไซต์ เพราะระบบของ google ไม่อ่านภาพแต่จะอ่านชื่อรูปภาพและคำอธิบายภาพแทน เช่น รูปโลโก้เว็บไม่ควรปล่อยให้เสียโอกาส ควรตั้งชื่อให้มีส่วนของ keyword ด้วย เช่น logo-Hosttook.jpg (เพราะคีย์เวิร์ดเรามีคำว่า host อยู่) และเน้นย้ำรูปภาพด้วย keywords ซ้ำ ด้วย tag Alt ตัวอย่างการใช้งาน : <img src=”http://www.hosttook.com/images/logo-Hosttook.jpg” alt=”โฮสต์ถูก โดเมนถูก ถูกเงิน ถูกใจ สบายกระเป๋า” />

7. จด Domain name ด้วย Keyword
(Domain name registation) การใช้ Keyword หลักของเว็บในการจด Domain name นั้น หากทำได้ดีถือว่ามีชัยไปกว่าครึ่งแล้ว เพราะระบบ google จะมองที่ domain เป็นสำคัญ เช่น:

ตัวอย่าง

ชื่อโดเมนภาษาอังกฤษ คือ hosttook.com และชื่อโดเมนภาษาไทย คือ โดเมนถูก.com


http://www.hosttook.com ซึ่งตรงกับคีย์เวิร์ด คำว่า host

 

http://www.โดเมนถูก.com ซึ่งตรงกับคีย์เวิร์ด คำว่า โดเมนถูก

 

.

ถ้ามีคนที่ต้องการเช่าโฮสติ้งและจดโดเมนเนม ค้นหาด้วยคำว่า “โฮสต์ถูก” หรือ “โดเมนถูก” ใน google เว็บเหล่านี้ก็จะถูก google นำมาแสดงให้ผู้ค้นหาเห็นแน่นอนค่ะ เพียงแต่จะอยู่หน้าแรกหรือไม่นั้น ขึ้นกับเว็บนั้นได้ทำตามหลัก SEO ได้ครบถ้วนแค่ไหนเท่านั้นค่ะ

ท่านสามารถจดโดเมนเป็นชื่อ ภาษาไทย หรือ ชื่อภาษาอังกฤษก็ได้ค่ะ ขึ้นกับคีย์เวิร์ดที่ต้องการใช้ค่ะ

8. การเพิ่มลิ้งก์เข้าไปในฐานข้อมูลของ Google โดยตรง โดยคลิ๊กเข้าไปที่http://www.google.com/addurl/ เพื่อ add ชื่อเว็บไซต์ของเรา เพื่อให้ google เข้าไปเก็บข้อมูลและเนื้อหาของเราและใส่เว็บไซต์ของเราลงไปในฐานข้อมูลของ google

9. สมัครใช้ google analytics กับตัว google เองเลยค่ะให้ google คอยเก็บสถิติเว็บไซต์ให้เราค่ะ โดยเข้าไปสมัครได้ที่นี่ค่ะ http://www.google.com/intl/th/analytics/sign_up.html

10. แลกลิงค์กับเว็บไซต์อื่นๆ การแลกลิงค์ (Link Exchange) โปรดติดต่อขอให้เว็บไซต์ต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับเรา ส่ง link มาให้เราแปะที่เว็บเรา และทางเว็บไซต์ของเราเองก็ส่ง link กลับไปให้ทางเว็บไซต์ของเขาแปะที่เว็บของเขาด้วยเช่นกันค่ะ เมื่อมีผู้เข้าชมคลิ๊กลิงค์มาที่เว็บเราเยอะๆ google จะให้คะแนนความนิยม (PR) กับเราค่ะ

11. ทำ Site Map (ไซต์แมบ) ให้กับเว็บไซต์ของคุณ การทำ Site Map นี้ จะช่วยให้ เมื่อระบบของ google วิ่งมาในเว็บไซต์เราแล้ว รู้ว่า ควรจะไปทางไหน เหมือนกับเป็นแผนที่นำทาง พา google ไปเยี่ยมชมเว็บไซต์เราให้ครบทุกจุดค่ะ โดยท่านสามามารถใช้บริการรับทำ site map ฟรีได้ที่ http://www.xml-sitemaps.com/
เมื่อทำเสร็จแล้วจะได้ไฟล์ชื่อ sitemap.xml แล้วทำการอัพโหลดไปไว้ที่ public_html ของเว็บท่านค่ะ แล้วล็อกอินเข้า googlewebmaster tools แล้วไปกด submit sitemap

12. ทำไฟล์ robots.txt แล้วอัพโหลดไปไว้ public_html เปิด notepad ขึ้นมา แล้วพิมพ์ข้อความดังนี้ค่ะ

User-agent: *
Allow: /

เสร็จแล้วกด save ไฟล์เป็นชื่อ robots.txt แล้วอัพโหลดไปไว้ใน public_html ค่ะ

13. การทำ signature (ซิกเนเจอร์) หรือลายเซ็นต์แปะไว้ด้านล่างของกระทู้ที่เราตั้งหรือตอบตามเว็บบอร์ดต่างๆ ค่ะ การทำ Signature นั้น เป็นลักษณะของการทำ One way link ซึ่ง google จะชอบมากค่ะ โดยเราสามารถทำ signature ได้ง่ายๆ โดยอาจทำใน e-mail ของเราเอง เพราะเมล์บางฉบับที่เราส่ง fwd ต่อๆ กันไปนั้น อาจจะมีคนสนใจแล้วคลิ๊กเข้ามาที่เว็บไซต์เราค่ะ หรือ อาจจะทำ signature ตาม web board โดยเลือกสมัครและโพสต์ในเว็บดังๆ ที่มี PR สูง เช่น พวก sanook หรือ pantip หรือเว็บบอร์ดที่เราเข้าอ่านประจำค่ะ เช่น ดิฉันชอบเข้า thaiseoboard บ่อยๆ ดิฉันก็เข้าไปโพสต์ไว้ที่ thaiseoboard ค่ะ เมื่อเราไปโพสต์ตามกระทู้ต่างๆ และมีคนเห็น ลายเซ็นต์ของเรา แล้วสนใจคลิ๊กเข้ามา ก็เป็นการเพิ่ม traffic ให้เว็บของเราค่ะ และคะแนนความนิยม (PR) ของเว็บเราก็เพิ่มขึ้นค่ะ (แม้บางเว็บบอร์ดมีการตั้งค่าไม่ให้ bot วิ่งตามลิ้งค์ เราก็อาจไม่ได้ผลประโยชน์การทางค้นหาใน google เท่าไหร่ แต่อย่างไรก็ตาม เรายังได้โฆษณาสินค้าและบริการของเราค่ะ เราได้โฆษณาเว็บไซต์เราให้เป็นที่รู้จักของคนบนโลกอินเตอร์เน็ต ซึ่งคนที่เข้ามาอ่านในเว็บบอร์ดนั้นๆ หรือค้นลิ้งค์เจอตาม google ก็จะได้มาเจอกับคำโฆษณาของเรา หากเขาสนใจในสินค้าและเว็บของเรา คนเหล่านั้นก็จะคลิ๊กตามลิ้งค์เข้ามาซื้อสินค้ากับเราค่ะ เป็นการเพิ่มช่องทางขายได้อีกทางค่ะ) ตัวอย่างการใช้ signature ในเว็บบอร์ดตามภาพด้านล่างนี้ค่ะ

ภาพลายเซ็นต์ของ hosttook.com ในเว็บบอร์ด

ภาพแสดงตัวอย่างการใส่ signature (ลานเซ็นต์)ในส่วนท้ายของกระทู้ที่เราไปโพสต์หรือไปตอบในกระทู้ต่างๆของเว็บบอร์ด

 

14. การเขียนบทความในเว็บไซต์บ่อยๆ เพื่อให้เป็นเว็บไซต์ที่ google มองเห็นว่าเป็นเว็บที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา จะได้เข้ามาเก็บข้อมูลบ่อยๆ ค่ะ เช่น หากท่านทำเว็บไซต์ขายกระเป๋า ท่านต้องเขียนบทความเกี่ยวกับการดูแลรักษากระเป๋า หรือบทความแนะนำการเลือกซื้อกระเป๋า เป็นต้น ให้คนได้อ่านบ่อยๆ ค่ะ เขียนได้ทุกวันยิ่งดีคะ เพราะเว็บที่มีการปรับปรุงบ่อยๆ จะทำให้ bot ของ google วิ่งเข้ามาเก็บข้อมูลทุกวัน และท่านก็จะมีคีย์เวิร์ดจากบทความไปเก็บไว้ในฐานข้อมูลค้นหาของ google เยอะแยะเลยค่ะ ต่อไปคนค้นหาอะไรที่เกี่ยวกับกระเป๋า google ก็จะเอาเว็บไซต์ท่านขึ้นมาแสดงค่ะ

15. การทำ vdo แปะเว็บที่มี pr สูง (พีอาร์ หรือ เพจแร้ง : Page Rank คือลำดับคะแนนที่ Google ประเมินให้กับคุณภาพของเนื้อหาในหน้าเว็บเพจแต่ละหน้าที่ปรากฎอยู่ในเว็บไซต์นั้น ๆ) เพื่อเอา backlink pr สูง มาที่เว็บไซต์ของท่านค่ะ เช่น ทำวีดีโอต่างๆ แปะที่ youtube หรือ facebook ค่ะ ท่านก็จะได้ backlink ลิ้งค์กลับจาก youtube และ facebook มาที่เว็บไซต์ท่านค่ะ แล้วเว็บไซต์ท่านก็จะได้พีอาร์(pr) เพิ่มขึ้นค่ะ 🙂 happy happy 🙂

 

 

ติด google หน้าแรก

ติด google หน้าแรก ไวๆ นะคะ

ขอพรให้เว็บไซต์ของผู้อ่านทุกท่านได้ติดหน้าแรกในการค้นหาด้วย google ค่ะ

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail
Posted in seo | Tagged , , | Leave a comment

การตั้งค่าการเข้าใช้งาน DirectAdmin พอร์ต 80 สำหรับโดเมนเก่าที่อยู่ใน server ก่อนการตั้งค่า

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail
กรณีที่ในบัญชีโฮสติ้งเราเคยมีลูกค้าอยู่ใน server ก่อนหน้านี้แล้ว แล้วเรามาตั้งค่า directadmin port 80 ภายหลัง จะทำให้เว็บไซต์ลูกค้าที่มีอยู่ก่อนหน้านี้ จะยังไม่สามารถใช้งาน directadmin port 80 ได้ เราต้องเข้าไปแก้ไขเพิ่ม a record ให้ทีละโดเมน ดังนี้
 
1. โปรดล็อกอินเข้า DirectAdmin ผ่านพอร์ตเดิมก่อน http://ชื่อโดเมน.com:2222 เสร็จแล้วไปที่เมนู  DNS Management ตามภาพด้านล่างค่ะ 
 
 
2. โปรดคลิ๊กเข้าไปด้านใน มองหา A Record ชื่อ cp หากมีแล้ว แสดงว่าโดเมนของท่านได้ถูกตั้งให้ใช้ DirectAdmin พอร์ต 80 ได้แล้ว แต่หากยังไม่มีให้ทำการเพิ่มค่ะ โดยพิมพ์ที่ช่องซ้ายมือว่า cp และช่องขวามือกรอกเลข ip address ของเครื่อง server ค่ะ แล้วกดปุ่ม add ค่ะ ตามภาพด้านล่างค่ะ
 
 
เสร็จแล้ว ระบบจะแสดง ข้อมูล cp a recode ที่ท่านได้เพิ่มเข้าไปดังภาพด้านล่างค่ะ
 
หลังจากนี้โปรดรอระบบทำการอัพเดทข้อมูลประมาณ 10 นาที ท่านก็จะสามารถเข้าใช้งาน Directadmin ผ่านพอร์ต 80 ได้ค่ะ อันนี้เหมาะสำหรับท่านที่ใช้เน็ตที่มีการบล็อกพอร์ต 2222 ค่ะ เช่น เน็ตบริษัท เน็ตโรงเรียน เน็ตโรงแรม  เน็ตหอพัก เป็นต้นค่ะ  จึงจำเป็นต้องเข้า directadmin ผ่านพอร์ต 80 แทนค่ะ
 
ลิ้งค์สำหรับเข้า DirectAdmin ผ่านพอร์ต 80 คือ http://cp.ชื่อโดเมน.สกุล 
 
 
 
Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail
Posted in hosting | Leave a comment

การตั้งค่าให้สามารถเข้า DirectAdmin ผ่านพอร์ต 80 ได้

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

ท่านที่ใช้เน็ตของบริษัท เน็ตโรงเรียน เน็ตโรงแรม เน็ตหอพัก อาจประสบปัญหาเข้าใช้งาน DirectAdmin Control Panel ผ่านพอร์ต 2222 ไม่ได้เพราะหน่วยงานเหล่านั้น ไม่เปิดให้ใช้พอร์ต 2222

ดังนั้น เราจึงได้ตั้งค่าให้ลูกค้าสามารถเข้าใช้งาน  DirectAdmin ผ่านพอร์ต 80 ได้ด้วย ดังนี้

1. จะต้องทำการตั้งค่า Proxy URL ของ Directadmin ให้สามารถเข้าพอร์ต 80 โดยใช้ URL ว่า cp.ชื่อโดเมน.สกุล ทำได้ดังนี้ 

1. เข้า template ของ Direct Admin

                  cd /usr/local/directadmin/data/templates

2. copy ไฟล์ 

                   cp virtual_host2.conf custom/

3. ตรวจดูว่า มีการติดตั้ง mod_proxy ไว้แล้วหรือยัง
/usr/sbin/httpd -l |grep proxy

mod_proxy.c
mod_proxy_connect.c
mod_proxy_ftp.c
mod_proxy_http.c
mod_proxy_scgi.c
mod_proxy_ajp.c
mod_proxy_balancer.c

ถ้าได้ผลดังด้านบนแสดงว่าได้ทำไว้แล้ว ก็ทำขั้นต่อไปได้

4. แก้ไขไฟล์

nano custom/virtual_host2.conf
เพิ่มด้านล่างเข้าไป

ServerName cp.|DOMAIN|
ProxyRequests Off
ProxyPass / http://|เลขIPของเครื่อง|:2222/
ProxyPassReverse / http://|เลขIPของเครื่อง|:2222/

เช่น

<VirtualHost |IP|:80>
   ServerName cp.|DOMAIN|
   ProxyRequests Off
   ProxyPass / http://203.151.21.xxx:2222/
   ProxyPassReverse / http://203.151.21.xxx:2222/
</VirtualHost>

5. copy ไฟล์

cd /usr/local/directadmin/data/templates
cp dns_a.conf custom

6. เพิ่มค่า

echo “cp=|IP|” >> custom/dns_a.conf

ก็จะได้ค่าเป็น

localhost=127.0.0.1
|*if IS_IPV6!=”yes”|
|DOMAIN|.=|IP|
mail=|IP|
pop=|IP|
www=|IP|
ftp=|IP|
smtp=|IP|
|*endif|
cp=|IP|

7. เพิ่มค่า

nano /usr/local/directadmin/conf/directadmin.conf
check_referer=0

8. สั่ง

echo “action=rewrite&value=httpd” >> /usr/local/directadmin/data/task.queue

9. restart DirectAdmin และ httpd ใหม่

/etc/init.d/directadmin restart

/etc/init.d/httpd restart

10. ทดสอบการเข้าใช้งานด้วยการพิมพ์  http://cp.ชื่อโดเมน.com/

หมายเหตุ: ระบบจะสร้างให้สำหรับโดเมนที่เพิ่มเข้าไปใหม่ ส่วนโดเมนเก่า ต้องไป DNS management แล้วเพิ่ม a recode ของ cp = ip เข้าไปทีละอันค่ะ

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail
Posted in hosting | Leave a comment

วิธีแก้ปัญหา panic log ขึ้น User 0 set for local_delivery transport is on the never_users list

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

สาเหตุของปัญหา User 0 set for local_delivery transport is on the never_users list

ถ้าเห็น panic log ขึ้นรายงานว่า User 0 set for local_delivery transport is on the never_users list เกิดจากที่มีโปรแกรมบางตัวส่งอีเมลเข้า root
และค่าเริ่มต้นของ exim จะตั้งค่า never_users = root

วิธีแก้ปัญหา

forward root user ในไฟล์ /etc/aliasese ให้ส่งไปอีเมลที่มีอยู่จริงในเซิร์เวรอ์ด้วยคำสั่ง echo -e “root:\อีเมล@โดเมน.com” >> /etc/aliases

ถ้าเปิดไฟล์ดูด้วยคำสั่ง nano /etc/aliases
คำสั่งด้านบนจะเพิ่มแถวสุดท้ายของไฟล์ เช่น

# Person who should get root’s mail
#root: marc
diradmin: :blackhole:
root:\อีเมล@โดเมน.com

ผลลัพธ์:

ต่อไปนี้ error หรือ message ของ software ที่ตั้งค่าให้ส่งเข้า root จะถูกส่งไปที่อีเมลนี้แทนค่ะ และก็จะไม่มี panic log หัวข้อ User 0 set for local_delivery transport is on the never_users list นี้จะไม่มีให้เห็นอีกเลยค่ะ

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail
Posted in hosting | Leave a comment

mail-header-patch=yes is set in the options.conf, but is not required with this php version.

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

 ถ้ารัน ./build versions แล้วขึ้น error ว่า

mail-header-patch=yes is set in the options.conf, but is not required with this php version.
To enable the X-Mail header, set mail.add_x_header to 1 in your php.ini

วิธีแก้ปัญหา แก้ error

1. รัน ./build set mail-header-patch no

2. เปิดไฟล์ nano /usr/local/lib/php.ini

แล้วเพิ่มไปด้านล่าง

; Add X-PHP-Originating-Script: that will include uid of the script followed by the filename
mail.add_x_header = On

กดคอนโทรล x พิมพ์ y เพื่อ save

3. restart httpd ใหม่

service httpd restart

-จบ-

 

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail
Posted in hosting | Leave a comment

วิธีแก้ปัญหา Fatal error: xcache_list() ใน joomla

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail

หากเว็บ joomla ขึ้น error เช่น

Fatal error: xcache_list() [……..

in /home/…/domains/…/public_html/libraries/joomla/cache/storage/xcache.php on line 148

ให้เข้าไปเปิดไฟล์ กรณีเปิด file manager ให้เลื่อนหา

 ไฟล์ชื่อ configuration.php ของ joomla
แล้วมองหาแถวที่เขียนว่า

public $cache_handler = ‘xcache‘;
แล้วเปลี่ยน คำว่า xcache เป็น คำว่า file แล้ว save ค่ะ
public $cache_handler = ‘file‘;

ถ้ากด save แล้วขึ้น error ต่อว่า Could not save data. Error: Could not write to the configuration file

ให้เปลี่ยน perm (permission) ของไฟล์ configuration.php ให้เป็น 777 ก่อนค่ะ แล้วกด save  เมื่อ save เสร็จแล้ว อย่าลืมเปลี่ยน permission ของไฟล์กลับเป็นค่าเดิมคือ 644 นะคะ เพื่อความปลอดภัยคะ

 

 

Facebooktwittergoogle_plusredditpinterestlinkedinmail
Posted in joomla | Leave a comment